Solution 59

การพัฒนา AI แบบสั่งทำเฉพาะ

“อยากเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย AI” เมื่อคิดเช่นนี้ หลายบริษัทมักเริ่มต้นด้วยการพิจารณาบริการ AI สำเร็จรูปหรือซอฟต์แวร์แบบแพ็กเกจก่อนเป็นอันดับแรก แต่เมื่อเริ่มนำมาใช้งานจริง กลับพบอุปสรรคอยู่บ่อยครั้ง เช่น “ไม่เข้ากับกระบวนการทำงานของบริษัทเรา” “รูปแบบเอกสารของเราเฉพาะตัวเกินไปจนอ่านไม่ได้” หรือ “มีทั้งภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นปะปนกันจนใช้งานไม่ได้จริง” งานของแต่ละบริษัท แต่ละสาขา และแต่ละหน้างานนั้นแตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้เอง “การพัฒนา AI แบบสั่งทำเฉพาะ” ที่ออกแบบและพัฒนาให้เข้ากับงานนั้น ๆ อย่างพอดี จึงเป็นทางลัดสู่การใช้ AI ที่นำไปสู่ผลลัพธ์จริง

TOMAS TECH ให้บริการพัฒนา AI ในฐานะ IT Integrator ที่เข้าใจหน้างานของโรงงานและโลจิสติกส์ โดยมุ่งเน้นลูกค้าบริษัทญี่ปุ่นในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตและโลจิสติกส์ในประเทศไทย การพัฒนา AI ของเราเริ่มต้นจากการรับฟังปัญหาในการดำเนินงานของลูกค้าอย่างละเอียด จากนั้นจึงจัดระเบียบโจทย์ ออกแบบและพัฒนาระบบ AI ไปจนถึงการนำไปใช้งานและการสนับสนุนให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ครบวงจรในที่เดียว แม้จะอยู่ในขั้นที่ยัง “ไม่รู้ว่า AI ทำอะไรได้บ้าง” เราก็พร้อมนำเสนอแนวทางการใช้ AI ในรูปแบบที่ได้ผลกับงานจริง ในบทความนี้ เราจะอธิบายอย่างละเอียดว่าการพัฒนา AI แบบสั่งทำเฉพาะคืออะไร แก้ปัญหาแบบใดได้บ้าง รวมถึงขั้นตอนจนถึงการนำไปใช้งาน และคุณค่าที่มีได้เพราะอยู่ในพื้นที่จริง

การพัฒนา AI แบบสั่งทำเฉพาะคืออะไร

การพัฒนา AI แบบสั่งทำเฉพาะ หมายถึงแนวทางที่ออกแบบและพัฒนาระบบ AI เฉพาะสำหรับงานนั้น ๆ ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะขององค์กรที่ซอฟต์แวร์แบบแพ็กเกจสำเร็จรูปหรือบริการคลาวด์แบบพร้อมใช้ไม่สามารถรองรับได้ครบถ้วน การพัฒนา AI ของ TOMAS TECH คือโซลูชันที่รับฟังปัญหาในการดำเนินงานของลูกค้า แล้วแก้ไขปัญหานั้นผ่าน AI เราดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นหนึ่งเดียว ตั้งแต่การจัดระเบียบโจทย์ การออกแบบและพัฒนาระบบ AI ไปจนถึงการส่งมอบและติดตั้งใช้งานให้ลูกค้า เพื่อสร้างระบบ AI แบบสั่งทำเฉพาะสำหรับปัญหาเฉพาะของงานที่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไม่สามารถรองรับได้

ความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

เครื่องมือ AI สำเร็จรูปถูกออกแบบบนสมมติฐานว่าจะให้บริการฟังก์ชันทั่วไปที่หลายบริษัทใช้ร่วมกันได้ จึงมีข้อดีคือเริ่มต้นใช้งานได้ง่ายและใช้ได้ทันที ในทางกลับกัน ความเป็นเครื่องมือทั่วไปนี้เองที่มักก่อให้เกิดข้อจำกัด เช่น “ไม่เข้ากับรูปแบบเอกสารของบริษัทเรา” “ไม่เข้าใจศัพท์เฉพาะของอุตสาหกรรม” หรือ “เชื่อมต่อกับระบบหลักที่ใช้อยู่เดิมไม่ได้” ส่วนที่อยู่นอกเหนือฟังก์ชันมาตรฐานสุดท้ายก็ต้องใช้คนมาทำแทนอยู่ดี และมีไม่น้อยที่ผลลัพธ์ไม่ได้นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพอย่างที่คาดหวังไว้

ในทางตรงกันข้าม การพัฒนา AI แบบสั่งทำเฉพาะจะออกแบบ AI ให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงานจริงของลูกค้า เอกสารที่ใช้งานจริง ภาษาที่สื่อสารกันจริง และสภาพการใช้งานจริงของพนักงานหน้างาน เพราะเราสร้าง “AI ที่มีไว้เพื่อบริษัทนั้นและงานนั้นโดยเฉพาะ” ระบบจึงเข้ากับหน้างานและใช้งานต่อเนื่องได้อย่างไม่ฝืน บทบาทของการพัฒนาแบบสั่งทำเฉพาะคือการเติมเต็ม “ก้าวสุดท้าย” ที่เครื่องมือทั่วไปข้ามไม่ได้

องค์ประกอบทางเทคโนโลยีที่รองรับ AI แบบสั่งทำเฉพาะ

ในการพัฒนา AI แบบสั่งทำเฉพาะ เราจะผสมผสานเทคโนโลยีหลายอย่างเข้าด้วยกันตามลักษณะของโจทย์ แต่ละเทคโนโลยีมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน จึงสำคัญมากที่จะเลือกและบูรณาการให้เหมาะสมที่สุดกับปัญหาในการดำเนินงาน ต่อไปนี้คือองค์ประกอบทางเทคโนโลยีหลัก ๆ

  • Generative AI (LLM: โมเดลภาษาขนาดใหญ่): เทคโนโลยีที่โดดเด่นในการสร้างข้อความที่เป็นธรรมชาติ การสรุปความ การแปล และการตอบคำถาม สามารถนำไปใช้กับงานที่เกี่ยวข้องกับภาษาได้อย่างกว้างขวาง เช่น การตอบคำถามอัตโนมัติ การช่วยร่างเอกสาร หรือการตอบคำถามเกี่ยวกับระเบียบภายในบริษัท
  • AI-OCR (การรู้จำตัวอักษร): เทคโนโลยีที่ให้ AI อ่านตัวอักษรในเอกสารกระดาษ PDF หรือรูปภาพ แล้วแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล รองรับลายมือเขียนและเอกสารที่ไม่มีรูปแบบตายตัวซึ่ง OCR แบบเดิมทำได้ยาก ช่วยให้งานอ่านและป้อนข้อมูลจากใบแจ้งหนี้หรือใบส่งของเป็นไปโดยอัตโนมัติ
  • การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning): เทคโนโลยีที่เรียนรู้รูปแบบจากข้อมูลในอดีต เพื่อทำการจำแนก คาดการณ์ และตัดสิน สามารถนำข้อมูลการดำเนินงานที่สะสมไว้มาใช้เพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มและช่วยประกอบการตัดสินใจ
  • แชทบอทและระบบสนทนาโต้ตอบ: กลไกที่ให้ข้อมูลที่จำเป็นหรือตอบคำถามผ่านการสนทนากับผู้ใช้ เมื่อผสานเข้ากับ Generative AI จะทำให้ตอบโต้ได้ยืดหยุ่นและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น
  • การเชื่อมต่อกับระบบเดิม: แทนที่จะให้ AI ทำงานจบในตัวเอง เราเชื่อมต่อ AI เข้ากับระบบหลัก ฐานข้อมูล และแอปพลิเคชันทางธุรกิจที่ใช้อยู่ในองค์กรอยู่แล้ว เพื่อเชื่อมคุณค่าของ AI เข้ากับงานจริงที่หน้างาน

เทคโนโลยีเหล่านี้อาจใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเดี่ยว ๆ หรือผสมผสานหลายอย่างเข้าด้วยกันเป็นระบบงานหนึ่งระบบก็ได้ สิ่งสำคัญไม่ใช่ “จะใช้เทคโนโลยีใด” แต่คือ “จะแก้ปัญหาในการดำเนินงานเรื่องใด และแก้อย่างไร” TOMAS TECH นำเสนอการผสมผสานเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุด ด้วยแนวคิดที่ตั้งต้นจากโจทย์ ไม่ใช่ตั้งต้นจากเทคโนโลยี

คุณกำลังเผชิญปัญหาเหล่านี้อยู่หรือไม่

การพัฒนา AI แบบสั่งทำเฉพาะช่วยขจัด “ความไม่มีประสิทธิภาพ” และ “การพึ่งพาตัวบุคคล” ในรูปแบบต่าง ๆ ที่แฝงอยู่ในงานประจำวัน หากคุณรู้สึกคุ้น ๆ กับปัญหาต่อไปนี้ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่การใช้ AI จะช่วยปรับปรุงได้อย่างมาก

เสียเวลาไปกับการตอบคำถามซ้ำ ๆ แบบเดิม

คำถามที่ส่งเข้ามาจากทั้งภายในและภายนอกองค์กรส่วนใหญ่ แท้จริงแล้วคือเนื้อหาคล้าย ๆ เดิมที่วนซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน วิธีดำเนินการตามขั้นตอนภายในบริษัท หรือคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ล้วนมีหลายครั้งที่ผู้รับผิดชอบต้องอธิบายเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราพบเห็นได้บ่อยว่าเวลาของพนักงานถูกดึงไปกับการตอบคำถามซ้ำซากเหล่านี้ จนไม่มีเวลาไปทำงานที่ควรทุ่มเทจริง ๆ

งานขึ้นอยู่กับผู้รับผิดชอบเฉพาะคน (การพึ่งพาตัวบุคคล)

“งานนี้มีแต่คนนั้นเท่านั้นที่รู้” “ถ้าผู้รับผิดชอบลา งานก็หยุดชะงัก” การพึ่งพาตัวบุคคลเช่นนี้เป็นความกังวลที่หลายบริษัทมีร่วมกัน โดยเฉพาะงานที่ต้องตีความระเบียบภายในบริษัทหรือมีการตัดสินใจที่ซับซ้อน ความรู้มักสะสมอยู่ในหัวของผู้รับผิดชอบที่มีประสบการณ์สูง ทำให้คนอื่นเข้ามารับช่วงได้ยาก และยังมีความเสี่ยงที่องค์ความรู้ในการทำงานจะสูญหายไปเมื่อผู้รับผิดชอบย้ายตำแหน่งหรือลาออก

การรับมือกับหลายภาษาต้องใช้แรงและเวลามาก

ในบริษัทญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย การสื่อสารที่ผสมทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทย และในบางกรณีรวมถึงภาษาอังกฤษด้วย เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ทุกครั้งที่ต้องส่งต่อข้อมูลระหว่างพนักงานชาวญี่ปุ่นที่มาประจำกับพนักงานท้องถิ่น ก็จำเป็นต้องแปล ซึ่งกินทั้งเวลาและแรงงานในทุก ๆ ครั้ง มีไม่น้อยที่กำแพงภาษาส่งผลกระทบต่อความเร็วและความถูกต้องของงาน

ถูกงานป้อนข้อมูลจากกระดาษและ PDF รุมเร้า

เอกสารอย่างใบแจ้งหนี้ ใบส่งของ และใบสั่งซื้อ ยังคงถูกส่งต่อกันในรูปแบบกระดาษหรือ PDF เป็นส่วนใหญ่ จึงเกิดงานที่ต้องให้คนป้อนข้อมูลเหล่านั้นเข้าระบบด้วยมือ งานป้อนข้อมูลนี้แม้จะเป็นการทำซ้ำที่เรียบง่าย แต่ก็มีปริมาณมากและเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย เวลาของพนักงานถูกใช้ไปกับการป้อนข้อมูล และเมื่อรวมภาระการตรวจสอบและแก้ไขเข้าไปด้วย ต้นทุนที่เกิดขึ้นก็สูงเกินกว่าที่คาดคิด

ปัญหาเหล่านี้ล้วนมีโครงสร้างร่วมกัน ได้แก่ “งานประจำที่ทำซ้ำ ๆ” “การพึ่งพาตัวบุคคลในด้านความรู้และองค์ความรู้” “กำแพงภาษา” และ “การป้อนข้อมูลด้วยมือ” การพัฒนา AI แบบสั่งทำเฉพาะคือแนวทางที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ

ขอบเขตบริการและขอบเขตการพัฒนา

ในการพัฒนา AI ของ TOMAS TECH เราสร้างระบบ AI ในขอบเขตที่หลากหลายตามปัญหาในการดำเนินงานของลูกค้า ในที่นี้ เราจะอธิบายภาพรวมของตัวอย่างการพัฒนาและขอบเขตการพัฒนาที่เป็นตัวแทน การพัฒนาจริงจะดำเนินไปในรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดกับโจทย์ของลูกค้า โดยอาจใช้สิ่งเหล่านี้เพียงอย่างเดียวหรือผสมผสานกันก็ได้

การสร้างแชทบอท

เราสร้างแชทบอทที่ตอบคำถามจากทั้งภายในและภายนอกองค์กรโดยอัตโนมัติ การทำให้การตอบคำถามที่พบบ่อยเป็นอัตโนมัติจะช่วยลดภาระของผู้รับผิดชอบ และทำให้ฝ่ายที่สอบถามได้รับคำตอบโดยไม่ต้องรอ จุดเด่นของแชทบอทที่ใช้ Generative AI คือไม่ได้ตอบเฉพาะคำตอบสำเร็จรูปที่เตรียมไว้ล่วงหน้าเท่านั้น แต่สามารถตอบโต้ได้อย่างยืดหยุ่นโดยเข้าใจเจตนาของคำถาม ขอบเขตการใช้งานมีหลากหลาย ทั้งเฮลป์เดสก์ภายในองค์กร การตอบลูกค้าในขั้นแรก และช่องทางค้นหาองค์ความรู้ภายในบริษัท

การถอดข้อความและป้อนข้อมูลอัตโนมัติด้วย AI-OCR

เราพัฒนาระบบที่อ่านเอกสารต่าง ๆ เริ่มจากใบแจ้งหนี้ ด้วย AI-OCR แล้วทำให้งานป้อนข้อมูลเป็นอัตโนมัติ ในตัวอย่างการพัฒนาของ TOMAS TECH เราได้สร้างกลไกในรูปแบบระบบ AI ถอดข้อความใบแจ้งหนี้ ซึ่งอ่านใบแจ้งหนี้ด้วย AI-OCR เพื่อทำให้งานป้อนข้อมูลเป็นอัตโนมัติ การให้ AI อ่านเนื้อหาของเอกสารที่ส่งมาในรูปแบบกระดาษหรือ PDF แล้วดึงรายการที่จำเป็นออกมาเป็นข้อมูลดิจิทัล ช่วยลดทั้งภาระและข้อผิดพลาดจากการป้อนด้วยมือได้อย่างมาก และหากเชื่อมต่อข้อมูลที่อ่านได้เข้ากับระบบเดิม ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การรับเอกสารจนถึงการป้อนข้อมูล

ระบบ AI ตอบคำถามเกี่ยวกับระเบียบภายในบริษัทและระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

เราสร้างระบบที่ให้ AI ตอบคำถามของพนักงานเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและระเบียบภายในบริษัทได้ทันที ในตัวอย่างการพัฒนาของ TOMAS TECH เราให้บริการกลไกในรูปแบบระบบ AI ตอบคำถามด้านระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของฝ่ายบุคคล ซึ่ง AI จะตอบคำถามของพนักงานได้ทันที คำถามที่ส่งถึงผู้รับผิดชอบฝ่ายบุคคลหรือฝ่ายธุรการ เช่น “ต้องยื่นขอวันลาพักร้อนอย่างไร” หรือ “กรณีนี้จะได้เบี้ยเลี้ยงอย่างไร” AI จะตอบให้โดยอ้างอิงเนื้อหาของระเบียบ ผู้รับผิดชอบจึงหลุดพ้นจากการตอบคำถามซ้ำ ๆ ส่วนพนักงานก็ได้รับคำตอบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ อีกทั้งยังมีผลพลอยได้คือเปลี่ยนความรู้เรื่องระเบียบที่มักพึ่งพาตัวบุคคล ให้อยู่ในรูปแบบที่ทุกคนเข้าถึงได้

การทำงานอัตโนมัติด้วย Generative AI

เราใช้ Generative AI เพื่อทำให้งานประจำที่เกี่ยวข้องกับภาษาเป็นอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น การร่างเอกสาร การสรุปความ การแปล และการร่างรายงาน งานอย่างการจัดทำรายงานประจำวันและรายงานต่าง ๆ การสรุปรายงานการประชุม การเขียนอีเมล และการแปลระหว่างภาษาญี่ปุ่นกับภาษาไทย ล้วนเป็นขอบเขตที่ Generative AI ถนัด การนำสิ่งเหล่านี้มาผนวกเข้าไปในรูปแบบสั่งทำเฉพาะ จะช่วยลดภาระของงาน “เขียน แปล และสรุป” ในการทำงานประจำวันได้อย่างมาก

การสนับสนุนการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์จากข้อมูล

เราจัดระเบียบข้อมูลที่สะสมอยู่ภายในองค์กรให้อยู่ในรูปแบบที่วิเคราะห์และใช้ประโยชน์ได้ง่ายด้วย AI การอ่านแนวโน้มจากข้อมูลที่ยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ หรือการได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ จะเชื่อมโยงไปสู่การยกระดับคุณภาพของงาน การวิเคราะห์ข้อมูลจะแสดงคุณค่าในรูปแบบที่ยึดโยงกับงานจริงมากยิ่งขึ้น เมื่อนำไปผสมผสานกับระบบ AI อื่น ๆ

นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น เรายังแนะนำและนำเสนอระบบ AI ที่เหมาะสมที่สุดตามปัญหาในการดำเนินงานของลูกค้า เรายินดีรับปรึกษาแม้จะอยู่ในขั้นที่คิดเพียงว่า “งานนี้ AI พอจะช่วยอะไรได้บ้างไหม” เพียงบอกเล่าโจทย์ให้เราฟัง เราจะร่วมคิดไปด้วยกันว่า AI ในรูปแบบใดจะได้ผล

ประโยชน์จากการนำไปใช้

การนำการพัฒนา AI แบบสั่งทำเฉพาะมาใช้ ทำให้องค์กรได้รับประโยชน์หลากหลายด้าน ต่อไปนี้คือประโยชน์ที่ TOMAS TECH ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ พร้อมตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม

การทำงานประจำโดยอัตโนมัติ

การมอบงานที่ทำซ้ำ ๆ เช่น การตอบคำถามและการป้อนข้อมูล ให้ AI รับผิดชอบ จะทำให้พนักงานทุ่มเทกับงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงกว่าได้ ยกตัวอย่างเช่น หาก AI รับหน้าที่ตอบคำถามเกี่ยวกับระเบียบที่แต่เดิมผู้รับผิดชอบฝ่ายบุคคลเป็นผู้ตอบ ผู้รับผิดชอบก็จะมีเวลาไปกับมาตรการด้านทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์ และการให้คำปรึกษาที่ต้องดูแลเป็นรายกรณีมากขึ้น หาก AI-OCR รับหน้าที่ป้อนข้อมูลใบแจ้งหนี้ พนักงานบัญชีก็จะทุ่มเทกับงานที่ต้องใช้วิจารณญาณมากกว่า เช่น การตรวจสอบตัวเลขและการวิเคราะห์ การปลดปล่อยคนจากงานที่เรียบง่ายซ้ำซาก และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุ่มเทกำลังให้กับงานที่มีแต่คนเท่านั้นที่ทำได้ คือคุณค่าสำคัญของการนำ AI มาใช้

คุณภาพงานที่สม่ำเสมอ

การทำงานด้วยคนย่อมเกิดความไม่สม่ำเสมออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาและคุณภาพของคำตอบที่แตกต่างกันไปตามผู้รับผิดชอบ หรือข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูลที่เพิ่มขึ้นตามสภาพร่างกายและความยุ่งของงาน AI จะดำเนินการอย่างสอดคล้องกันตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จึงช่วยลดความไม่สม่ำเสมอและข้อผิดพลาดเหล่านี้ และทำให้คุณภาพงานคงที่ เมื่อคำตอบต่อคำถามถูกส่งมอบด้วยคุณภาพเดียวกันไม่ว่าจะเป็นใคร และความแม่นยำของการป้อนข้อมูลถูกรักษาไว้ ความน่าเชื่อถือของงานโดยรวมก็จะสูงขึ้น

การปรับให้เหมาะที่สุดแบบสั่งทำเฉพาะตามปัญหาในการดำเนินงาน

จุดแข็งที่สุดของการพัฒนาแบบสั่งทำเฉพาะ คือการสร้างระบบ AI ในรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับปัญหาเฉพาะขององค์กรที่ระบบสำเร็จรูปแก้ไม่ได้ เพราะสร้างขึ้นให้เข้ากับรูปแบบเอกสารของบริษัทเอง กฎการทำงานของบริษัทเอง และภาษาที่ใช้อยู่ในบริษัทเอง ระบบจึงใช้งานได้อย่างไม่ฝืนที่หน้างานและนำไปสู่ผลลัพธ์อย่างมั่นคง แทนที่จะฝืนนำเครื่องมือทั่วไปมายัดใส่งาน เราปรับ AI ให้เข้ากับงาน การเปลี่ยนมุมมองเช่นนี้เองที่ทำให้การใช้ AI ไม่จบลงแค่ “นำมาใช้แล้วก็จบ” แต่กลายเป็นสิ่งที่ “ใช้ต่อไปได้เรื่อย ๆ”

ภาพตัวอย่างการใช้งานแยกตามสถานการณ์และอุตสาหกรรม

การพัฒนา AI แบบสั่งทำเฉพาะสามารถนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวางโดยไม่จำกัดประเภทธุรกิจหรือเนื้อหาของงาน ในที่นี้ เราจะนำเสนอภาพของสถานการณ์การใช้งาน โดยเน้นอุตสาหกรรมที่ TOMAS TECH ได้ทำงานร่วมกับลูกค้าเป็นจำนวนมากเป็นพิเศษ

การใช้งานในอุตสาหกรรมการผลิต

ที่หน้างานของอุตสาหกรรมการผลิต มีเอกสารและรายงานหลากหลายรูปแบบเกิดขึ้นทุกวัน หากนำ AI-OCR มาแปลงข้อมูลที่จัดการอยู่ในรูปแบบกระดาษหรือ PDF ให้เป็นข้อมูลดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นรายงานประจำวัน รายงานการปฏิบัติงาน บันทึกคุณภาพ หรือเอกสารเกี่ยวกับการสั่งซื้อและรับคำสั่งซื้อ ก็จะลดภาระของการบันทึกและป้อนข้อมูลได้อย่างมาก นอกจากนี้ การให้ AI รับคำถามเกี่ยวกับระเบียบภายในบริษัทหรือขั้นตอนการปฏิบัติงาน จะทำให้พนักงานหน้างานเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้ทันที เพราะเราเป็น IT Integrator ที่เข้าใจหน้างานของโรงงาน เราจึงนำเสนอการใช้ AI ที่แนบชิดกับงานเฉพาะของอุตสาหกรรมการผลิตได้

การใช้งานในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์

อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ต้องจัดการกับใบกำกับและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งจำนวนมาก หากทำให้การอ่านและป้อนข้อมูลจากเอกสารเหล่านี้เป็นอัตโนมัติด้วย AI ก็จะลดภาระงานเอกสารและทำให้บริหารจัดการข้อมูลได้แม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การทำให้การตอบคำถามเป็นอัตโนมัติ และการสนับสนุนการสื่อสารหลายภาษา ยังแสดงผลได้ชัดเจนเป็นพิเศษในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่มีการติดต่อข้ามพรมแดนจำนวนมาก

การใช้งานในธุรกิจค้าปลีก

ในธุรกิจค้าปลีก การตอบคำถามจากลูกค้าและการบริหารข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและสต็อกถือเป็นงานสำคัญ การให้แชทบอทตอบคำถามในขั้นแรก และการวิเคราะห์ใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่สะสมไว้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงานและยกระดับคุณภาพการบริการได้ เมื่อ AI รับหน้าที่ตอบเรื่องที่เป็นแบบแผนตายตัว พนักงานก็จะทุ่มเทกับงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงกว่า เช่น การให้บริการลูกค้าและการขาย

การใช้งานในบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย

ปัญหาร่วมของบริษัทญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยโดยไม่จำกัดประเภทธุรกิจ คือสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทยปะปนกัน ท่ามกลางสถานการณ์ที่การติดต่อกับสำนักงานใหญ่ที่ญี่ปุ่นใช้ภาษาญี่ปุ่น ส่วนการติดต่อกับพนักงานท้องถิ่นใช้ภาษาไทย ทำให้ต้องเสียแรงจำนวนมากไปกับการแปลและการแบ่งปันข้อมูล การสร้างระบบ AI ที่รองรับหลายภาษาจะทำให้ดำเนินงานได้อย่างราบรื่นข้ามกำแพงภาษาเช่นนี้ การนำเสนอบนพื้นฐานความเข้าใจสภาพความเป็นจริงของบริษัทญี่ปุ่น คือจุดแข็งของ TOMAS TECH

คุณค่าที่มีได้เพราะอยู่ในประเทศไทย

การพัฒนา AI แบบสั่งทำเฉพาะที่ TOMAS TECH ให้บริการในประเทศไทย มีคุณค่าที่เกิดขึ้นได้เพราะเรามีรากฐานอยู่ในพื้นที่จริง จุดเด่นของเราไม่ใช่แค่การส่งมอบเทคโนโลยีเท่านั้น แต่คือการสนับสนุนบนพื้นฐานความเป็นจริงของการดำเนินธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่นในแผ่นดินไทย

รองรับทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทย

ในบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย พนักงานชาวญี่ปุ่นที่มาประจำและพนักงานท้องถิ่นทำงานร่วมกัน ในการสร้างระบบ AI หากรองรับเพียงภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียวหรือภาษาไทยอย่างเดียว ระบบก็จะถูกใช้เพียงบางส่วนของหน้างานเท่านั้น TOMAS TECH ดำเนินการออกแบบบนสมมติฐานว่าจะใช้ AI ได้ทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทย เพราะเป็นระบบที่ทั้งคนญี่ปุ่นและพนักงานคนไทยใช้ได้ ระบบจึงแทรกซึมไปทั่วทั้งหน้างานและนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

การออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานของพนักงานท้องถิ่น

ระบบ AI ไม่ได้จบลงเมื่อนำมาใช้แล้ว ผู้ที่ใช้งานจริงทุกวันคือพนักงานที่หน้างาน TOMAS TECH ให้ความสำคัญกับการที่พนักงานท้องถิ่นสามารถใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วโดยไม่ฝืน จึงใส่ใจกับความเข้าใจง่ายในการใช้งาน และการสร้างกลไกที่สอดคล้องกับสภาพการใช้งานจริงที่หน้างาน การส่งมอบในรูปแบบที่สื่อสารได้ด้วยภาษาแม่ ทำให้ระบบกลายเป็นสิ่งที่ “คงอยู่ที่หน้างาน” จริง ๆ

การปรับให้เข้ากับงานและวัฒนธรรมท้องถิ่น

แม้จะเป็นงานเดียวกัน แต่ประเทศไทยกับญี่ปุ่นก็มีวิธีดำเนินการและธรรมเนียมทางธุรกิจที่แตกต่างกันในบางส่วน การปรับ AI ให้เข้ากับสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ ทั้งรูปแบบเอกสาร วิธีสื่อสาร และกระบวนการทำงาน จะทำให้ระบบสอดคล้องกับงานจริงมากยิ่งขึ้น แทนที่จะยกวิธีการแบบญี่ปุ่นมาใช้ทั้งดุ้น เราปรับให้เหมาะที่สุดในรูปแบบที่เข้ากับหน้างานในประเทศไทย มุมมองเช่นนี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการใช้ AI ให้เกิดผลลัพธ์ในพื้นที่จริง

กระบวนการนำไปใช้งาน

การพัฒนา AI ของ TOMAS TECH ดำเนินการครบวงจรในที่เดียว ตั้งแต่การจัดระเบียบโจทย์ การออกแบบและพัฒนาระบบ AI การนำไปใช้งาน ไปจนถึงการสนับสนุนให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องหลังการติดตั้ง ในที่นี้ เราจะอธิบายกระบวนการนำไปใช้งานจริงอย่างละเอียดเป็นขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1: การรับฟังความต้องการ

ก่อนอื่น เราจะสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาในการดำเนินงานและการปฏิบัติงานในปัจจุบันของลูกค้า นี่คือขั้นตอนของการจัดระเบียบอย่างละเอียดว่า “กำลังมีปัญหากับงานแบบใด” “ปัจจุบันดำเนินงานอย่างไร” และ “ต้องการบรรลุสิ่งใด” การรับฟังครั้งแรกนี้มีผลอย่างมากต่อคุณภาพของการนำเสนอและการพัฒนาในลำดับถัดไป แม้จะอยู่ในขั้นที่ยัง “ไม่รู้ว่า AI ทำอะไรได้บ้าง” ก็ไม่เป็นปัญหา ตรงกันข้าม การได้รับปรึกษาตั้งแต่ตอนที่ความรู้สึกถึงปัญหายังคลุมเครือเช่นนั้น แล้วจัดระเบียบไปด้วยกัน คือสิ่งที่เราถนัดที่สุด การเข้าใจโจทย์อย่างถูกต้องคือจุดเริ่มต้นของการใช้ AI ที่นำไปสู่ผลลัพธ์

ขั้นตอนที่ 2: การนำเสนอ

สำหรับโจทย์ที่จัดระเบียบได้จากการรับฟัง เราจะนำเสนอแนวทางการใช้ AI โครงสร้างของระบบ และงบประมาณโดยประมาณ เราจะแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า “จะแก้งานใด ด้วยเทคโนโลยี AI ใด และแก้อย่างไร” ในขั้นนี้ เราจะทำให้ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้และภาพของการนำไปใช้ชัดเจน แล้วปรับความเข้าใจให้ตรงกันกับลูกค้า เราใส่ใจที่จะอธิบายเนื้อหาที่ยากในเชิงเทคนิคให้เข้าใจง่ายด้วย เมื่อลูกค้าพอใจกับข้อเสนอแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการพัฒนาต่อไป

ขั้นตอนที่ 3: การพัฒนา

เราออกแบบและพัฒนาระบบ AI ตามเนื้อหาที่นำเสนอไว้ นี่คือขั้นตอนของการสร้างระบบ AI เฉพาะสำหรับงานนั้น ๆ ขึ้นมาอย่างประณีต ให้เข้ากับเอกสาร ข้อมูลการดำเนินงาน และกฎการทำงานจริงของลูกค้า เพราะเป็นการสั่งทำเฉพาะ เราจึงตอบสนองข้อกำหนดในรายละเอียดที่เครื่องมือทั่วไปรองรับไม่ได้ ในระหว่างการพัฒนา เราจะตรวจสอบร่วมกับลูกค้าเป็นระยะตามความจำเป็น เพื่อมุ่งสู่รูปแบบที่ใช้งานได้จริงที่หน้างาน

ขั้นตอนที่ 4: การติดตั้งใช้งาน

เราติดตั้งระบบ AI ที่เสร็จสมบูรณ์เข้าสู่สภาพแวดล้อมของลูกค้า เราไม่ได้เพียงส่งมอบระบบเท่านั้น แต่ยังอธิบายวิธีใช้งานแก่ผู้ที่จะใช้จริงอย่างละเอียดด้วย ไม่ว่าระบบจะยอดเยี่ยมเพียงใด หากใช้ไม่เป็นที่หน้างานก็ไร้ความหมาย เราจะอธิบายทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทย เพื่อจัดสภาพให้ทุกคนรวมถึงพนักงานท้องถิ่นเริ่มใช้งานได้

ขั้นตอนที่ 5: การสนับสนุนให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

หลังการติดตั้ง เรายังสนับสนุนการใช้งานและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเริ่มใช้งานจริง ย่อมเกิดความต้องการใหม่ ๆ ขึ้น เช่น “อยากให้เป็นแบบนี้อีกสักหน่อย” หรือ “อยากขยายไปใช้กับงานอื่นด้วย” TOMAS TECH ให้ความสำคัญกับการติดตามผลหลังการติดตั้ง และสนับสนุนให้ระบบฝังตัวอยู่ที่หน้างานพร้อมกับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เราจะไม่ปล่อยให้ AI จบลงแค่การติดตั้งเพียงครั้งเดียว แต่จะร่วมกันสร้างกลไกที่บ่มเพาะและใช้ประโยชน์ได้ต่อไปในการทำงาน

แนวคิดด้านเทคโนโลยี ความปลอดภัย และการจัดการข้อมูล

ระบบ AI ต้องจัดการกับข้อมูลหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ด้วยเหตุนี้ ความน่าเชื่อถือในด้านเทคโนโลยีและท่าทีต่อการจัดการข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญ TOMAS TECH คัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมตามปัญหาในการดำเนินงานของลูกค้า และสร้างระบบในรูปแบบที่สอดคล้องกับลักษณะของงานแต่ละอย่าง เราให้ความสำคัญกับท่าทีที่จะเลือกวิธีการที่เหมาะสมที่สุดต่อการแก้ปัญหา แทนที่จะยึดติดกับเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง

สำหรับการจัดการข้อมูล เราดำเนินการในฐานะผู้ที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลข้อมูลของลูกค้า ด้วยความเข้าใจอย่างเพียงพอถึงความสำคัญของข้อมูลนั้น เราจะออกแบบไปพร้อมกับการตรวจสอบร่วมกับลูกค้าอย่างละเอียดในระหว่างการพัฒนาว่าจะจัดการข้อมูลประเภทใด อย่างไร เพราะเป็นระบบ AI ที่จัดการกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน เราจึงให้ความสำคัญกับการที่ลูกค้าใช้งานได้อย่างสบายใจ และปรับความเข้าใจเรื่องนโยบายการจัดการข้อมูลให้ตรงกันล่วงหน้าด้วย หากมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยหรือความต้องการเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลที่เป็นรูปธรรม กรุณาแจ้งให้เราทราบตั้งแต่ขั้นตอนการรับฟังความต้องการ เราจะนำเสนอรูปแบบที่เหมาะสมตามสถานการณ์ของลูกค้า

แนวคิดเรื่องค่าบริการ

ค่าบริการของการพัฒนา AI แบบสั่งทำเฉพาะจะแตกต่างกันไปตามเนื้อหาและขนาดของระบบที่พัฒนา รวมถึงขอบเขตของงานที่รองรับ ไม่ได้มีราคาตายตัวเหมือนผลิตภัณฑ์แพ็กเกจทั่วไป แต่เราจะจัดทำใบเสนอราคาเป็นรายกรณีตามโจทย์และข้อกำหนดของลูกค้า

“จะทำให้งานใดเป็นอัตโนมัติ และทำถึงระดับไหน” “จะผสมผสานเทคโนโลยีแบบใดบ้าง” “จะรวมการสนับสนุนหลังการติดตั้งไว้มากน้อยเพียงใด” เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้เนื้อหาของการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ เราจึงจัดระเบียบโจทย์และข้อกำหนดผ่านการรับฟังความต้องการก่อน แล้วจึงนำเสนอข้อเสนอและใบเสนอราคาที่เหมาะสมกับสิ่งเหล่านั้น แม้จะอยู่ในขั้นที่ “อยากทราบงบประมาณคร่าว ๆ ก่อน” ก็ไม่เป็นปัญหา ปรึกษาเราได้ตามสะดวก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. อยู่ในขั้นที่ยัง “ไม่รู้ว่า AI ทำอะไรได้บ้าง” จะปรึกษาได้ไหม

ได้แน่นอน ตรงกันข้าม เรายินดีต้อนรับการปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนดังกล่าว แม้จะเริ่มจากความรู้สึกถึงปัญหาที่ยังคลุมเครืออย่าง “งานนี้ AI พอจะช่วยอะไรได้บ้างไหม” เราก็จะจัดระเบียบไปด้วยกันผ่านการรับฟังความต้องการ แล้วนำเสนอความเป็นไปได้ในการใช้ AI ไม่จำเป็นต้องมีข้อกำหนดที่เป็นรูปธรรมชัดเจนตั้งแต่แรก

Q. ระหว่างเครื่องมือ AI สำเร็จรูปกับการพัฒนาแบบสั่งทำเฉพาะ อย่างไหนดีกว่ากัน

ตัวเลือกที่เหมาะสมแตกต่างกันไปตามลักษณะของงาน หากเป็นการใช้งานทั่วไป เครื่องมือสำเร็จรูปก็อาจเพียงพอ แต่หากมีโจทย์ที่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปรองรับได้ไม่ครบถ้วน เช่น เอกสารและกฎการทำงานเฉพาะของบริษัท หรือการรองรับหลายภาษา การพัฒนาแบบสั่งทำเฉพาะจะได้ผลมากกว่า เราจะนำเสนอรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกค้าผ่านการรับฟังความต้องการ

Q. รองรับทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทยได้หรือไม่

ใช่ รองรับได้ TOMAS TECH มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นลูกค้าบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย และดำเนินการออกแบบบนสมมติฐานว่าจะใช้ AI ได้ทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทย เราให้ความสำคัญกับการสร้างระบบในรูปแบบที่ทั้งพนักงานชาวญี่ปุ่นที่มาประจำและพนักงานท้องถิ่นใช้งานได้

Q. มีการสนับสนุนหลังการติดตั้งหรือไม่

มี การพัฒนา AI ของ TOMAS TECH ไม่ได้จบลงเมื่อติดตั้งเสร็จ แต่ให้บริการครอบคลุมไปถึงการสนับสนุนให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนการใช้งานและการปรับปรุงหลังการติดตั้งอย่างต่อเนื่อง เราจะเดินหน้าไปด้วยกันทั้งการทำให้ระบบฝังตัวที่หน้างานและการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง

Q. รองรับได้ทุกประเภทธุรกิจหรือไม่

เรารองรับธุรกิจได้หลากหลายประเภท โดยมีอุตสาหกรรมการผลิตและโลจิสติกส์เป็นหลัก เราใช้ความรู้ความเข้าใจในฐานะ IT Integrator ที่เข้าใจหน้างานของโรงงานและโลจิสติกส์ พร้อมทั้งสามารถนำเสนอแนวทางสำหรับโจทย์ของธุรกิจประเภทอื่น เช่น ธุรกิจค้าปลีก ได้ตามเนื้อหาของงาน เริ่มต้นจากการบอกเล่าโจทย์ให้เราฟังก่อนได้เลย

Q. การพัฒนาใช้เวลานานเท่าใด

แตกต่างกันไปตามเนื้อหาและขนาดของระบบที่พัฒนา ระยะเวลาจะเปลี่ยนไปตามขอบเขตของงานที่รองรับและเทคโนโลยีที่นำมาผสมผสาน เราจะแสดงกำหนดการที่คาดการณ์ไว้ให้เห็นในขั้นตอนการรับฟังความต้องการและการนำเสนอด้วย หากปรึกษาเราก่อน เราจะแจ้งแนวโน้มที่เป็นรูปธรรมให้ทราบ

Q. ค่าบริการกำหนดอย่างไร

ค่าบริการแตกต่างกันไปตามเนื้อหาและขนาดของระบบที่พัฒนา รวมถึงขอบเขตของงานที่รองรับ เราจึงจัดทำใบเสนอราคาเป็นรายกรณี ไม่ใช่การตั้งราคาแบบตายตัว แต่เราจะนำเสนอข้อเสนอและใบเสนอราคาที่เหมาะสมตามโจทย์และข้อกำหนดของลูกค้า กรุณาติดต่อสอบถามเราได้ตามสะดวก

สรุป / ติดต่อสอบถาม

การพัฒนา AI แบบสั่งทำเฉพาะคือแนวทางที่แก้ปัญหาเฉพาะขององค์กรซึ่งผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปรองรับได้ไม่ครบถ้วน ด้วยระบบ AI ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่องานนั้นโดยเฉพาะ เราตอบโจทย์ของลูกค้าในขอบเขตที่กว้างขวาง ตั้งแต่แชทบอท การป้อนข้อมูลอัตโนมัติด้วย AI-OCR และ AI ตอบคำถามเกี่ยวกับระเบียบภายในบริษัท ไปจนถึง Generative AI และการวิเคราะห์ข้อมูล การทำงานประจำโดยอัตโนมัติ คุณภาพงานที่สม่ำเสมอ และการปรับให้เหมาะที่สุดแบบสั่งทำเฉพาะที่พอดีกับงาน ประโยชน์เหล่านี้จะเปลี่ยนการใช้ AI จาก “นำมาใช้แล้วก็จบ” ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่ใช้ต่อไปได้เรื่อย ๆ ที่หน้างาน

TOMAS TECH เผชิญหน้ากับปัญหาในการดำเนินงานของลูกค้าบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยอย่างตรงไปตรงมา ในฐานะ IT Integrator ที่เข้าใจหน้างานของโรงงานและโลจิสติกส์ เรารองรับทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทย ปรับให้เข้ากับสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ และสนับสนุนอย่างครบวงจรในที่เดียว ตั้งแต่การรับฟังความต้องการ การพัฒนา การติดตั้งใช้งาน ไปจนถึงการสนับสนุนให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง เรายินดีรับปรึกษาแม้จะอยู่ในขั้นที่คิดเพียงว่า “งานนี้ AI พอจะช่วยอะไรได้บ้างไหม” เราพร้อมแนะนำและนำเสนอตามปัญหาในการดำเนินงานของลูกค้า จึงขอเชิญติดต่อสอบถามเราได้ตามสะดวก

การปรึกษาและสอบถามสามารถทำได้ผ่านหน้าติดต่อสอบถาม เรารอรับปรึกษาเรื่องการใช้ AI ในทุกขั้นตอน

Case Study

กรณีศึกษา

ระบบจัดการสต็อกแบบสั่งทำพิเศษที่เข้ากับหน้างานจริง ช่วยลดการส่งสินค้าผิดและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

View More
Case 01

Minebea AccessSolutions Thai Ltd.

การจัดการสต็อกแบบ Realtime และเพิ่มประสิทธิภาพหน้างาน ด้วยการนำ “PEGASUS” มาปรับใช้

View More
Case 02
  • แอปพลิเคชันไร้กระดาษ (Paperless) "i-Reporter"

NTPT Co., Ltd.

การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานในสถานที่ผลิตด้วยแอปพลิเคชันที่ไร้กระดาษ

View More
Case 03
  • ระบบจัดการสต็อก PEGASUS
  • ระบบสมาร์ตวอช

Kaneka (Thailand) Co.,Ltd

การนำเสนอระบบที่ตอบสนองความต้องการของสถานที่ผลิตด้วยการติดตั้งในรูปแบบ Small Steps

View More
Case 04
  • ระบบการจัดการการทำงาน
  • ระบบจัดการสต็อก PEGASUS
  • ระบบสมาร์ตวอช

UEDA PLASTIC (THAILAND) CO., LTD.

ระบบการจัดการสต็อกแบบกำหนดเองช่วยแก้ปัญหาของสถานที่ผลิตในประเทศไทยและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

View More
Case 05

Sanko Mold and Plastics (Thailand) CO.,LTD.

ระบบการจัดการสต็อกแบบกำหนดเองช่วยแก้ปัญหาของสถานที่ผลิตในประเทศไทยและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

View More
Case 06