ประธานบริษัท TOMAS TECH คุณ Ryo Nozaki ได้ขึ้นบรรยายในเว็บสัมมนาของสำนักงาน BOI โตเกียว
เมื่อวันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2026 สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว (สำนักงาน BOI โตเกียว) ได้จัดเว็บสัมมนาหัวข้อ “ประเทศไทย: ศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนการเติบโตทางดิจิทัลในอาเซียน” โดยคุณ Ryo Nozaki ประธานบริษัท TOMAS TECH CO., LTD. ได้ขึ้นบรรยายในงานดังกล่าว ภายในงานมีการบรรยายเรื่องมาตรการสนับสนุนของภาครัฐโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จากนั้น TOMAS TECH ได้นำเสนอหัวข้อ “ในฐานะบริษัทเอกชนสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI — การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยและการใช้สิทธิ BOI ในทางปฏิบัติ”
บทความนี้เผยแพร่วิดีโอบันทึกย้อนหลังของงาน พร้อมสรุปเนื้อหาที่บรรยายในวันนั้นตามมุมมองของบริษัทเรา เราพยายามเรียบเรียงรายละเอียดให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด เพื่อให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเข้ามาลงทุนในประเทศไทย การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของบริษัทในเครือที่มีอยู่แล้ว หรือการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI
อนึ่ง เนื้อหาของมาตรการ ตัวเลข และเงื่อนไขทั้งหมดที่ระบุในบทความนี้ เป็นการสรุปจากคำอธิบายของหน่วยงานผู้บรรยายในวันงาน มาตรการต่าง ๆ อาจมีการปรับปรุงแก้ไข จึงขอให้ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการของ BOI และ depa ก่อนนำไปใช้จริงทุกครั้ง
วิดีโอบันทึกย้อนหลัง
รับชมงานสัมมนาฉบับเต็มได้จากด้านล่าง หน้านี้เผยแพร่วิดีโอเสียงภาษาอังกฤษ ส่วนวิดีโอเสียงภาษาญี่ปุ่นของงานเดียวกันเผยแพร่อยู่ในบทความฉบับภาษาญี่ปุ่น
รายละเอียดการจัดงาน
- ชื่องาน: เว็บสัมมนา “ประเทศไทย: ศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนการเติบโตทางดิจิทัลในอาเซียน”
- ผู้จัดงาน: สำนักงาน BOI โตเกียว (สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว)
- วันที่จัด: วันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2026
- เวลา: 15:00–16:30 น. เวลาญี่ปุ่น / 13:00–14:30 น. เวลาประเทศไทย
- รูปแบบ: เว็บสัมมนาผ่าน ZOOM พร้อมล่ามแปลพร้อมกันไทย–ญี่ปุ่น เข้าร่วมฟรี
- หัวข้อบรรยายของ TOMAS TECH: คุณ Ryo Nozaki ประธานบริษัท — “ในฐานะบริษัทเอกชนสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI: การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยและการใช้สิทธิ BOI ในทางปฏิบัติ”
งานสัมมนาครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานจำนวนมาก อาทิ สมาคมเทคโนโลยีระบบสมองกลฝังตัวแห่งญี่ปุ่น สมาคมอุตสาหกรรมบริการสารสนเทศแห่งญี่ปุ่น สมาคมซอฟต์แวร์แห่งญี่ปุ่น สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์แห่งญี่ปุ่น ศูนย์อาเซียน–ญี่ปุ่น องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) องค์การเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งญี่ปุ่น (SMRJ) สมาคมพัฒนาบุคลากรอุตสาหกรรมโพ้นทะเล (AOTS) ธนาคาร Sumitomo Mitsui ธนาคาร MUFG ธนาคาร Mizuho ธนาคาร Shoko Chukin และเวทีธุรกิจญี่ปุ่น–ไทย (JTBF)
ช่วงที่ 1: depa — อุตสาหกรรมดิจิทัลของไทยและการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านขององค์กร
ช่วงแรกเป็นการบรรยายโดยรองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ครอบคลุมภาพรวมอุตสาหกรรมดิจิทัลของไทยและมาตรการสนับสนุนที่หน่วยงานดำเนินการอยู่
โครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย
จากคำอธิบาย กลุ่มที่เติบโตสูงที่สุดในอุตสาหกรรมดิจิทัลของไทยคือฮาร์ดแวร์และสมาร์ตดีไวซ์ รองลงมาคือบริการดิจิทัล และซอฟต์แวร์กับบริการซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ยังพึ่งพาการนำเข้าเป็นสัดส่วนสูง ขณะที่ซอฟต์แวร์และบริการดิจิทัลมีสัดส่วนที่ผลิตในประเทศพอสมควร ทำให้ตลาดโดยรวมค่อนข้างสมดุล ส่วนดิจิทัลคอนเทนต์แม้ขนาดตลาดยังไม่ใหญ่นัก แต่ยังคงเติบโตในระดับสองหลัก
ในด้านการมีส่วนร่วมต่อ GDP วิสาหกิจขนาดใหญ่คิดเป็นสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งเศษ รองลงมาคือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ส่วนภาคเกษตรกรรมซึ่งมีครัวเรือนจำนวนมากกลับมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย depa จึงกำหนดให้การผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของฐานที่กว้างขึ้นรวมถึงภาคเกษตร เป็นหนึ่งในบทบาทเพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมต่อ GDP หลายส่วนของอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่า Industry 2.0 ซึ่งในทางกลับกันก็หมายถึงพื้นที่ของการเติบโตที่ยังเหลืออยู่
การลงทุนในสตาร์ตอัปและการยกเว้นภาษีกำไรจากการขายหุ้น
ต่างจากหน่วยงานภาครัฐอื่น depa สามารถถือหุ้นเพื่อร่วมลงทุนได้ ไม่ใช่เพียงการให้เงินอุดหนุน โดย ณ วันจัดงานมีการลงทุนในบริษัทราว 200 แห่ง นอกจากนี้ยังมีการอธิบายกรอบการยกเว้นภาษีจากกำไรที่เกิดจากการขายหุ้นในสตาร์ตอัปไทย เมื่อบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุน ซึ่งตามคำอธิบายสามารถใช้ได้ทั้งนักลงทุนนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ทั้งในและต่างประเทศ
Thai Digital Catalog — ช่องทาง “การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง”
หัวใจของมาตรการสนับสนุนของ depa คือ Thai Digital Catalog ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อสินค้าและบริการของผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 29110 ณ วันจัดงานมีผู้ประกอบการลงทะเบียนแล้ว 277 ราย และมีบริการกับผลิตภัณฑ์รวม 1,511 รายการ
การลงทะเบียนส่งผลทั้งฝั่งภาครัฐและภาคเอกชน ในด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างของไทยเปิดให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งโดยปกติมีเพดานที่ 500,000 บาท กับสินค้าที่ลงทะเบียนในแคตตาล็อกได้โดยไม่จำกัดวงเงิน ตัวอย่างที่ยกขึ้นมาได้แก่ ระบบออกบัตรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับหอประชุมระดับชาติ ระบบ ERP ฮาร์ดแวร์สำหรับเมืองอัจฉริยะ และระบบรับเรื่องปรึกษาออนไลน์ ซึ่งล้วนมีมูลค่าสูงกว่า 500,000 บาทและจัดซื้อผ่านช่องทางนี้ สินค้าและบริการที่ลงทะเบียนจะปรากฏให้หน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศค้นหาได้ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
สิทธิประโยชน์สำหรับภาคเอกชน
สำหรับบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น สิทธิประโยชน์ฝั่งเอกชนน่าจะเป็นประเด็นที่สนใจมากที่สุด โดยมีการอธิบายดังนี้
- หักค่าใช้จ่ายได้ 200%: วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถหักค่าใช้จ่ายในการนำสินค้าและบริการที่ลงทะเบียนใน Thai Digital Catalog มาใช้ได้เป็นสองเท่า ค่าใช้จ่าย 200,000 บาทสามารถบันทึกเป็น 400,000 บาท
- กองทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (matching fund): depa สนับสนุน 50% ของค่าใช้จ่าย สูงสุด 200,000 บาทต่อโครงการ ปีนี้วางแผนสนับสนุนราว 600 โครงการ ในจำนวนนี้ราว 450 โครงการอยู่ในรายการด้าน AI transformation การนำไปใช้ในหน่วยงานภาครัฐรวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็คืบหน้าเช่นกัน โดยมีโครงการนำร่องในองค์กรราว 400 แห่ง
- กรอบขยายสำหรับ SME: ความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (OSMEP) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กำลังเปิดกรอบใหม่ที่ผสมวงเงินสนับสนุนที่ใหญ่ขึ้นเข้ากับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องใช้สินค้าหรือบริการที่ลงทะเบียนในแคตตาล็อกเช่นเดียวกัน
- ส่วนลดค่าคลาวด์: ผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนสามารถใช้บริการของผู้ให้บริการคลาวด์พันธมิตรในอัตราส่วนลด 30% เป็นเวลา 1 ปี
- การสนับสนุนการ reskill: เมื่อใช้หลักสูตรดิจิทัลที่ลงทะเบียนไว้ สามารถหักค่าใช้จ่ายการอบรมได้ 2.5 เท่า ควบคู่กับการหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการจ้างงานใหม่ และเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนากำลังคน
การสนับสนุนการขอรับรองมาตรฐานสากล
เนื่องจากการลงทะเบียนใน Thai Digital Catalog ต้องมีการรับรองอย่าง ISO/IEC 29110 depa จึงสนับสนุนการขอรับรองด้วย โดยมีผู้ประกอบการที่ได้รับการสนับสนุนสะสมแล้ว 665 รายนับตั้งแต่ปี 2018 และปัจจุบันสินค้าและบริการที่ลงทะเบียนกว่าครึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล ตั้งแต่ปีนี้ยังเริ่มสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้หน่วยรับรองสูงสุด 30,000 บาท สำหรับ ISO/IEC 27001 อีกด้วย
ช่วงท้ายมีการยกตัวอย่างบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่มีบริษัทในเครือในไทย ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ลงทะเบียนใน Thai Digital Catalog และปัจจุบันแนะนำให้ลูกค้าของตนใช้มาตรการของ BOI และ depa ด้วย นับเป็นการเปลี่ยนจากผู้ใช้มาตรการมาเป็นฝ่ายที่ช่วยให้ลูกค้าได้ใช้มาตรการ ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งต่อรายได้ของบริษัทและสถานะทางภาษีของลูกค้า
ช่วงที่ 2: BOI — การส่งเสริมการลงทุนสำหรับอุตสาหกรรมดิจิทัล
ถัดมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้นำเสนอมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับภาคดิจิทัล และโอกาสทางธุรกิจที่ตามมา
เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยและบทบาทของ BOI
คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยจะเติบโตราวสองเท่าของอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม ปัจจัยขับเคลื่อนที่ยกขึ้นมาคือการเปลี่ยนไปสู่นโยบาย cloud-first และการแพร่หลายอย่างรวดเร็วของ AI โดยกลุ่มที่เติบโตมากที่สุดคือซอฟต์แวร์ (การรับพัฒนาและการพัฒนาแอปพลิเคชัน) และดิจิทัลคอนเทนต์ (เกม แอนิเมชัน AR และ VR)
BOI ยังอธิบายบทบาทของตนเองว่าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ส่งเสริมการลงทุน แต่ทำหน้าที่เป็นผู้บูรณาการ ผู้อำนวยความสะดวก และผู้เชื่อมโยงด้วย ในปี 2025 มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศทำสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ BOI และในจำนวนนั้นภาคดิจิทัลมีมูลค่าสูงที่สุด
โครงสร้างของสิทธิประโยชน์และประเภทกิจการที่เข้าข่าย
สิทธิประโยชน์ของ BOI แบ่งเป็นสิทธิประโยชน์พื้นฐานตามประเภทกิจการ และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่ซ้อนทับเข้าไป สิทธิประโยชน์พื้นฐานจัดกลุ่มตามระดับเทคโนโลยี กิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจะอยู่ในกลุ่มที่สูงกว่า เช่น A1+ แม้แต่กิจการกลุ่ม B ที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ก็ยังได้รับสิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร
สิทธิประโยชน์ที่สูงที่สุดในกลุ่มดิจิทัลใช้กับกิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ บริการดิจิทัล แพลตฟอร์มดิจิทัล และดิจิทัลคอนเทนต์ (ประเภท 8.1.1) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม A2 ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างศูนย์ข้อมูลและบริการคลาวด์ รวมถึงกิจการในระบบนิเวศที่สนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล ก็อยู่ในข่ายเช่นกัน
งานที่เข้าข่ายไม่จำกัดเพียงการพัฒนาใหม่ การเพิ่มฟังก์ชันหรือโมดูลใหม่ให้ระบบเดิมก็เข้าข่ายด้วย นอกจากการยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว สิทธิประโยชน์ยังรวมถึงมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การนำผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามา และการเข้าถึงวีซ่า LTR และ SMART visa
เงื่อนไขหลัก
การยื่นขอในกลุ่มดิจิทัลต้องมีเงินลงทุนอย่างน้อย 1.5 ล้านบาทต่อปี ค่าใช้จ่ายที่นับได้แบ่งเป็นสามหมวด
- เงินเดือนของบุคลากรไอทีสัญชาติไทยที่จ้างเพิ่มหลังยื่นคำขอ
- ค่าใช้จ่ายในการอบรมด้านการพัฒนาไอทีเพื่อยกระดับความสามารถของบุคลากรไทย
- ค่าใช้จ่ายในการขอรับรองตามมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 29110
สำหรับกิจการศูนย์ข้อมูล เงื่อนไขที่ยกขึ้นมาได้แก่ กำลังไฟฟ้าสำหรับไอทีไม่น้อยกว่า 2 เมกะวัตต์ ระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูงพร้อมระบบสำรอง และการได้รับ ISO/IEC 27001 พร้อมการรับรองศูนย์ข้อมูลระดับสากล ก่อนการต่ออายุสิทธิประโยชน์
มาตรการยกระดับผลิตภาพสำหรับผู้ประกอบการเดิม
บริษัทที่ดำเนินกิจการอยู่แล้วในประเทศไทยก็สามารถรับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี เมื่อนำระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัล หรือเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกมาใช้ ตัวอย่างที่ยกขึ้นมาได้แก่ ERP, CRM, SRM, RPA, คลาวด์ และการนำ AI มาใช้
ภายใต้มาตรการนี้ หากโซลูชันที่นำมาใช้พัฒนาขึ้นในประเทศไทย โดยได้รับการรับรองจาก depa, NSTDA หรือ BOI จะนับเงินลงทุนได้ 100% เทียบกับ 50% ในกรณีอื่น การบรรยายเน้นว่ามาตรการนี้ทำให้ยกระดับอุตสาหกรรมและลดภาระภาษีได้ไปพร้อมกัน
ช่วงที่ 3: การบรรยายของ TOMAS TECH — การดำเนินธุรกิจในไทยและการใช้สิทธิ BOI ในทางปฏิบัติ
ในช่วงหลัง คุณ Ryo Nozaki ประธานบริษัทของเรา ได้เล่าจากประสบการณ์จริงว่าการยื่นขอและได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ต้องผ่านอะไรบ้าง
เหตุใดเราจึงยื่นขอ BOI
คุณ Nozaki เปิดการบรรยายด้วยเหตุผลสามข้อ ข้อแรกคือรัฐบาลไทยกำหนดให้อุตสาหกรรมดิจิทัลเป็นเสาหลักของการเติบโตในยุคถัดไป ภายใต้ยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 ข้อที่สองคือยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนของ BOI ปี 2023–2027 กำหนดให้ระบบอัตโนมัติ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการลดคาร์บอน ซึ่งก็คืออุตสาหกรรมสีเขียวและอัจฉริยะ เป็นสาขาที่ให้ความสำคัญ ข้อที่สามคือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้น การประกาศในปี 2023 ของ Amazon, Microsoft และ Google ที่จะลงทุนในไทยรวมกันเกิน 300,000 ล้านบาท ทำให้มีศูนย์ข้อมูลและแพลตฟอร์มคลาวด์อยู่ในประเทศ และสภาพแวดล้อมสำหรับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
กล่าวอีกอย่างคือ ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนจากฐานการผลิตต้นทุนต่ำไปสู่ฐานการเติบโตทางดิจิทัลของอาเซียน และมีสิทธิประโยชน์รองรับบริษัทที่ให้บริการโซลูชันในสาขานี้ ความต้องการขยายธุรกิจดิจิทัลจากฐานในประเทศไทยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ จึงเป็นที่มาของการยื่นขอรับการส่งเสริม
ธุรกิจที่เรายื่นขอ
คำขอครอบคลุมแพลตฟอร์มโรงงานอัจฉริยะแบบบูรณาการ ซึ่งประกอบด้วยห้าเสาหลัก ได้แก่ การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ด้วย AI การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ของกระบวนการผลิต การบริหารข้อมูลการผลิต สินค้าคงคลัง และคุณภาพแบบรวมศูนย์บนคลาวด์ ระบบอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์และอุปกรณ์ IoT และเทคโนโลยีสีเขียวผ่านการตรวจสอบการใช้พลังงาน
เก้าเดือนจากยื่นคำขอถึงได้รับบัตรส่งเสริม
ประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นรูปธรรมมากที่สุดคือกรอบเวลา ตั้งแต่ช่วงหลังจดทะเบียนบริษัทไม่นาน เราได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ BOI ทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อหาคำตอบล่วงหน้าว่าธุรกิจของเราอยู่ในประเภทใด และต้องทำตามเงื่อนไขใดบ้าง จากนั้นเรายื่นคำขอออนไลน์ผ่านระบบ e-Investment ของ BOI ในเดือนสิงหาคม 2024 แล้วใช้เวลาราวสามถึงสี่เดือนกับการรับข้อเสนอแนะ แก้ไข และยื่นใหม่ คณะกรรมการอนุมัติในช่วงปลายปีต่อต้นปี และเราได้รับบัตรส่งเสริมในเดือนพฤษภาคม 2025
รวมแล้วใช้เวลาราวห้าเดือนจากการยื่นคำขอถึงการอนุมัติ และราวเก้าเดือนจนได้รับบัตรส่งเสริม คุณ Nozaki แนะนำให้เผื่อเวลาไว้ราวหกเดือนถึงหนึ่งปี เพราะกระบวนการนี้ไม่ได้จบเมื่อยื่นเอกสาร ลำดับขั้นตอนคือ การปรึกษาเบื้องต้น ยื่นคำขอออนไลน์ผ่าน e-Investment การตรวจสอบเอกสารรวมถึงการขอเอกสารเพิ่มเติม การนำเสนอแผนธุรกิจ การพิจารณาและอนุมัติโดยคณะกรรมการ BOI การตอบรับหนังสืออนุมัติ การยื่นขอออกบัตรส่งเสริม และการรับบัตรส่งเสริม เขายังย้ำว่าการปรึกษาเบื้องต้นกับ BOI ไม่มีค่าใช้จ่าย จึงไม่มีเหตุผลที่จะไม่ใช้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
แผนธุรกิจไม่มีรูปแบบตายตัว เราจัดทำเป็น PowerPoint ราว 20 หน้า ครอบคลุมภาพรวมธุรกิจ ผลงานของบริษัท รายละเอียดโซลูชัน การวิเคราะห์ตลาด รูปแบบธุรกิจ พันธมิตรด้านเทคโนโลยี แผนอบรมวิศวกรไทย แผนการขอรับรองมาตรฐานคุณภาพ การแยกจากธุรกิจเดิม และแผนรายได้สามปี สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องราวที่ร้อยเรียงตลอดทั้งเอกสาร นั่นคือการจ้างและพัฒนาบุคลากรไทย และการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศไทย เนื่องจาก BOI เป็นหน่วยงานส่งเสริมการลงทุน แผนจึงต้องตอบให้ได้ในทุกหน้าว่าบริษัทของคุณจะนำอะไรมาสู่ประเทศไทย
สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ และภาระหน้าที่ที่มาพร้อมกัน
เงื่อนไขหลักของประเภท 8.1.1 (การพัฒนาซอฟต์แวร์) ที่เราได้รับการส่งเสริมมีสี่ข้อ ได้แก่ การดำเนินทั้งหกขั้นตอน คือ การกำหนดความต้องการ การออกแบบ การพัฒนา การทดสอบ การติดตั้งใช้งาน และการบริหารโครงแบบ ภายในประเทศไทย การจ้างบุคลากรไอทีสัญชาติไทยเพิ่มและจ่ายเงินเดือนรวมไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี การชำระทุนจดทะเบียน และการเปิดดำเนินการภายใน 12 เดือนนับจากวันออกบัตรส่งเสริม
นอกเหนือจากการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ประโยชน์เชิงปฏิบัติที่คุณ Nozaki เน้นคือขั้นตอนวีซ่าและใบอนุญาตทำงานที่ง่ายขึ้นมากเมื่อนำผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามา BOI มักถูกมองว่าเป็นมาตรการทางภาษี แต่เมื่อรวมกับการถือหุ้นต่างชาติได้ 100% และเสรีภาพในการโอนเงินออกนอกประเทศ การเข้าใจว่าเป็นมาตรการที่ทำให้บริษัทต่างชาติดำเนินธุรกิจในไทยได้ง่ายขึ้น จะตรงกว่า
สิทธิประโยชน์มาพร้อมภาระหน้าที่ นอกจากการชำระทุนจดทะเบียน การลงทุนในบุคลากรไอทีไทยไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี และการเปิดดำเนินการภายใน 12 เดือนแล้ว หลังได้รับบัตรส่งเสริมยังต้องรายงานความคืบหน้ารายไตรมาสและรายงานประจำปี หากดำเนินธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมควบคู่กับธุรกิจที่ไม่ได้รับการส่งเสริม ต้องแยกบัญชีบริหารจัดการ และในปีที่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องแนบรายงานที่ผ่านการตรวจสอบบัญชี ดังที่คุณ Nozaki กล่าวไว้ว่า การได้รับบัตรส่งเสริมไม่ใช่เส้นชัย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของภาระหน้าที่ในการดำเนินงาน
คำแนะนำเชิงปฏิบัติห้าข้อ
การบรรยายปิดท้ายด้วยห้าประเด็น
- ปรึกษา BOI ตั้งแต่เนิ่น ๆ การปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย และเราใช้เวลาวางแนวทางตั้งแต่ช่วงต้น
- ออกแบบธุรกิจย้อนกลับจากสิทธิประโยชน์ ตัดสินใจว่าจะยื่นในประเภทใด แล้วนำเข้าไปไว้ในแผนธุรกิจ
- ตั้งต้นด้วยสมมติฐานว่าต้องแยกบัญชี ธุรกิจที่ได้รับและไม่ได้รับการส่งเสริมต้องแยกบัญชี จึงควรร่วมงานกับสำนักงานบัญชีที่มีประสบการณ์จริง
- เป็นบริษัทที่อธิบายการมีส่วนร่วมต่อประเทศไทยได้ ทั้งการจ้างงาน การพัฒนาศักยภาพ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี
- ออกแบบโดยรวมภาระหน้าที่หลังได้รับอนุมัติเข้าไปด้วย วางแผนที่ปฏิบัติได้จริงโดยคำนึงถึงหน้าที่รายงานและกำหนดเวลาเปิดดำเนินการ
จากช่วงถาม–ตอบ
ช่วงท้ายเป็นการตอบคำถามที่ส่งมาล่วงหน้า ต่อไปนี้คือคำถามที่ TOMAS TECH เป็นผู้ตอบ
เหตุใดการลงทุนในระบบอัตโนมัติจึงแบ่งเป็นสองขั้ว
เมื่อถูกถามว่าอะไรแยกบริษัทที่ลงทุนในระบบอัตโนมัติอย่างจริงจังออกจากบริษัทที่ไม่ลงทุน คุณ Nozaki ยอมรับตรงไปตรงมาถึงความต่างของกำลังทุน แล้วเสริมอีกสองปัจจัย ปัจจัยแรกคือความเข้าใจในทิศทางของ BOI มีสิทธิประโยชน์รวมถึงการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับระบบอัตโนมัติ อุปกรณ์ลดการใช้แรงงาน และการลงทุนด้าน DX บริษัทที่ใช้สิทธิเหล่านี้มักไม่ได้เพียงซื้ออุปกรณ์ แต่ลงทุนเชิงกลยุทธ์โดยเข้าใจทิศทางเชิงนโยบาย ปัจจัยที่สองคือโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนขนาดใหญ่ของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่สามรายทำให้ใช้คลาวด์และ AI ได้ง่ายขึ้นมาก ซึ่งลดอุปสรรคในการก้าวแรก
อุปสรรคที่คาดไม่ถึงที่สุด
เมื่อถูกถามถึงอุปสรรคด้านการดำเนินงานหรือกฎระเบียบที่คาดไม่ถึงที่สุด เขายกมาสองข้อ ข้อแรกคือการระดมทุน ในฐานะบริษัทที่ต่างชาติถือหุ้นข้างมาก การกู้ยืมจากธนาคารในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่าย และยังเป็นข้อจำกัดต่อความเร็วในการขยายกิจการ ข้อที่สองเกี่ยวกับการอนุมัติการลงทุนของฝั่งลูกค้า แม้ลูกค้าจะสามารถใช้มาตรการส่งเสริมด้านการยกระดับผลิตภาพของ BOI ได้ แต่การยื่นคำขอก็ไม่ได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ เมื่อไม่ได้รับอนุมัติ บางครั้งการลงทุนก็ถูกยกเลิก และโครงการที่ควรจะยกระดับผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตไทยก็ไม่ได้เกิดขึ้น
คำแนะนำสำหรับนักลงทุนต่างชาติ
เมื่อถูกถามว่าจะแนะนำอะไรแก่นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการขยายกิจการในไทยอย่างราบรื่น คุณ Nozaki แนะนำให้ขอรับการส่งเสริมจาก BOI ด้วยเหตุผลสามข้อ ได้แก่ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ขั้นตอนวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่ง่ายขึ้น และความสามารถในการดำเนินธุรกิจโดยยังคงสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติข้างมาก การได้บริหารธุรกิจโดยมีความเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงเป็นเรื่องสำคัญในมุมมองของนักลงทุน และบริษัทใดที่วางแผนเติบโตในไทยระยะกลางถึงยาวควรเริ่มเดินเรื่อง BOI ตั้งแต่เนิ่น ๆ
พันธมิตรในพื้นที่และระบบนิเวศการสนับสนุน
เมื่อถูกถามว่าพันธมิตรในพื้นที่และระบบนิเวศการสนับสนุนของภาครัฐมีส่วนต่อความสำเร็จอย่างไร คุณ Nozaki ชี้ไปไกลกว่าประโยชน์โดยตรง คือคุณค่าเชิงสัญญาณ การเป็นบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI สื่อถึงความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง เมื่อพบลูกค้าใหม่หรือบริษัทพันธมิตรในไทย การได้รับการส่งเสริมจาก BOI บ่งบอกว่าบริษัทผ่านมาตรฐานระดับหนึ่ง
เขาเสริมว่าคุณสมบัติของลูกค้าเองในการใช้มาตรการของ BOI ก็สำคัญไม่แพ้การได้รับการส่งเสริมของเรา เมื่อลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์ อุปสรรคต่อการลงทุนในอุปกรณ์และการลงทุนด้าน DX ก็ลดลง และโซลูชันของเราก็นำเสนอได้ง่ายขึ้น การสนับสนุนของภาครัฐและระบบนิเวศของ BOI จึงทำงานไม่เพียงกับการดำเนินงานของเราเอง แต่เป็นกลไกที่สนับสนุนการตัดสินใจลงทุนของลูกค้าด้วย
เรื่องบุคลากรไอทีในประเทศไทย
สำหรับคำถามว่าประเทศไทยขาดแคลนบุคลากรไอทีหรือไม่ depa ตอบว่าการขาดแคลนเป็นปรากฏการณ์ทั่วโลกมากกว่าจะเป็นเรื่องเฉพาะของไทย และหน่วยงานกำลังผลักดันการ reskill และ upskill บุคลากรที่มีอยู่ การใช้หลักสูตรที่ลงทะเบียนกับ depa ทำให้ได้รับเงินสนับสนุน ควบคู่กับการหักค่าใช้จ่ายการอบรมที่จัดร่วมกับหน่วยงานภาษี และการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนากำลังคน
เกี่ยวกับ TOMAS TECH
TOMAS TECH CO., LTD. เป็นผู้ให้บริการระบบสารสนเทศแบบครบวงจร (system integrator) ที่มีฐานอยู่ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ให้บริการโซลูชัน DX, AI และระบบอัตโนมัติแก่ลูกค้าภาคการผลิตและโลจิสติกส์สัญชาติญี่ปุ่น พันธกิจของเราคือการยกระดับผลิตภาพของ *Genba* หรือหน้างานจริง ให้สูงสุดด้วยพลังของเทคโนโลยี เรามีพนักงานราว 52 คน และมีสำนักงานในประเทศไทย เวียดนาม และญี่ปุ่น
เราทำงานครอบคลุมสี่ด้าน ได้แก่ ระบบบริหารการผลิต, AI, IoT และการทำให้มองเห็นข้อมูล, และโลจิสติกส์กับระบบอัตโนมัติในโรงงาน ซึ่งรวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันธุรกิจบนสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต การเขียนโปรแกรมควบคุม PLC และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม การส่งมอบและสนับสนุนการติดตั้งระบบบริหารการผลิตของเราเอง การพัฒนาระบบ AI ที่ออกแบบตามงานของลูกค้าและหลักสูตรอบรมการใช้ AI การทำให้เห็นสถานะของเครื่องจักรและกระบวนการพร้อมการสอบกลับ และการลดการใช้แรงงานด้วยหุ่นยนต์และอุปกรณ์ขนถ่าย โดยผสมผสานซอฟต์แวร์กับฮาร์ดแวร์ในทุกกรณี
จุดแข็งของเรามีสามข้อ ข้อแรก เราส่งมอบโซลูชันที่ผสาน IT, AI, OT และ FA ไว้ในที่เดียว ข้อที่สอง เราดูแลลูกค้าตั้งแต่ต้นจนจบในพื้นที่จริง ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การติดตั้งใช้งาน ไปจนถึงการสนับสนุนหลังการขาย ข้อที่สาม เราทำงานด้วยภาษาญี่ปุ่น ไทย เวียดนาม และอังกฤษภายในองค์กร ทำให้พนักงานในพื้นที่ร่วมพิจารณาได้ตั้งแต่ต้น ลูกค้าของเราราว 60% อยู่ในภาคการผลิต 30% ในโลจิสติกส์ และ 10% ในอาหารและค้าปลีก โดยมีประสบการณ์ทำงานกับบริษัทมากกว่า 120 แห่ง
ติดต่อเรา
TOMAS TECH ยินดีรับคำปรึกษาเรื่อง DX การนำ AI มาใช้ และระบบอัตโนมัติในภาคการผลิตและโลจิสติกส์ทั่วประเทศไทยและอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างขีดความสามารถด้าน DX ในพื้นที่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเข้ามาลงทุนในไทย การเปลี่ยนการบริหารการผลิตและแบบฟอร์มหน้างานให้เป็นดิจิทัล หรือการประเมินระบบขนถ่ายอัตโนมัติและ Generative AI แม้อยู่ในขั้นที่ยังไม่ทราบว่าควรเริ่มจากตรงไหน เราก็ยินดีให้คำปรึกษาเช่นกัน
ในเรื่องของ BOI เราเองผ่านทั้งการยื่นคำขอ การได้รับอนุมัติ และภาระหน้าที่หลังได้รับอนุมัติมาแล้ว การยื่นคำขอและคำถามอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับมาตรการควรติดต่อช่องทางทางการของ BOI แต่ในประเด็นเชิงปฏิบัติ เช่น การเรียบเรียงแผนธุรกิจสำหรับกิจการดิจิทัล หรือการเขียนแผนอบรมบุคลากรไอทีไทย เรามีสิ่งที่แบ่งปันได้จากประสบการณ์จริงอยู่ไม่น้อย
กรุณาติดต่อเราผ่านแบบฟอร์มติดต่อบนเว็บไซต์ (https://tomastc.com/contact/) เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมสร้างอนาคตของการผลิตและเทคโนโลยีดิจิทัลในประเทศไทยและอาเซียนไปพร้อมกับท่าน